|
มุมมอง…ตลาด...ลีลาวดี
ตลาดไม้ดอกไม้ประดับ
ไม่ว่าจะเป็นไม้ประเภทใด ไม้ดอกใบไม้ หรือไม้ประเภทอื่นๆ
ที่เรานำมาใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน จะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
บางระยะอาจจะได้รับความนิยมมาก แล้วก็ลดลงตามสภาพของตลาด
และบางครั้งก็จะกลับมาได้รับความนิยมอีก เช่น ชวนชม แก้วกาญจนา (อโกลนีมา)
หรือแม้กระทั่งโป๊ยเซียน ความนิยมก็ขึ้นลงมาหลายรอบ แต่ไม้เหล่านี้เกษตรกร
ก็ยังขยายพันธุ์ปลูกเลี้ยงและขายได้อย่างต่อเนื่อง
สามารถเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี จะเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ในด้านราคาค้าขาย
เมื่อความนิยมสูง ราคาก็แพง เมื่อความนิยมลดลง ราคาก็ถูก
ซึ่งเรื่องอย่างนี้เกษตรกรมืออาชีพเข้าใจดี
และทำใจได้
ยกเว้นมือสมัครเล่นที่เข้ามาซื้อในช่วงที่ไม่ได้รับความนิยม
ก็จะซื้อในราคาแพง
นำไปขยายพันธุ์เพื่อจะขายแต่เนื่องจากไม่ได้ศึกษาคุณสมบัติของต้นไม้ชนิดนั้นๆ
ทำให้มีปัญหาในด้านต่างๆ ไปจนถึงการขาย
กลุ่มคนเหล่านี้ก็จะผิดหวังและขาดทุนในที่สุด
จากประสบการณ์ของผู้เขียน
ที่ผ่านการเล่นไม้ดอกไม้ประดับมามากมายไม่ว่าจะเป็น โป๊ยเซียน ว่าน
ไม้ดอกไม้ประดับทุกตัว มีลักษณะขึ้นลงเหมือนกัน เช่น
1.ช่วงเริ่มต้น
2.ช่วงความนิยมเริ่มสูงขึ้น
3.ช่วงความนิยมสูงสุด
4.ช่วงทรงตัว
5.ช่วงตลาดเริ่มอิ่มตัว
6.ช่วงปรับราคาตามสภาพความเป็นจริง
ลีลาวดีก็อยู่ในสภาวะนี้เช่นกัน ลีลาวดีในช่วงต้นที่มีความนิยมเริ่มสูงขึ้น
จนถึงช่วงความนิยมสูงสุด มีการซื้อขายกันอย่างมากมาย
ทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น ซื้อกันจนมั่วไปหมด มีการซื้อผิดพลาดมากมาย
สับสนทั้งชื่อต้นไม้และอื่นๆแทบทุกคนไม่ได้ศึกษาลักษณะการปลูกเลี้ยง
คุณสมบัติของลีลาวดีอย่างแท้จริง แล้วควรปลูกอย่างไร จึงจะได้รับความสำเร็จ
ทุกคนซื้อขายยอดลีลาวดีที่เสียบติดราคาแพง และตั้งชื่อสับสนซ้ำกัน
ทำให้ผู้ซื้อเริ่มไม่ไว้ใจ ไม่แน่ใจ จากปัญหาดังกล่าวจึงได้มีการก่อตั้ง
ชมรมลีลาวดีแห่งประเทศไทย เพื่อจัดระเบียบและให้ความรู้
เป็นที่ปรึกษาแก่ผู้ซื้อลีลาวดี
เมื่อทุกอย่างเข้าสู่ระบบการซื้อขายที่ยุติธรรม
ธรรมชาติที่ควรจะเป็นของต้นลีลาวดีก็คือ ซื้อลีลาวดีที่ต้องมีดอก
ถ้าไม่มีดอก..อย่าซื้อ ยกเว้นในกรณีที่เชื่อใจกันได้
ก็จะมีการซื้อขายไม้เล็กเสียบยอด แต่การซื้อลักษณะนี้ก็ลดลงอย่างมาก
ไม่เป็นที่นิยม ส่วนใหญ่จะหันไปซื้อ ลีลาวดีที่มีดอกแล้ว สูงขนาด 60-70
ซ.ม. เพราะได้ไม้สวยและดอกตามที่ต้องการ
จากค่านิยมการซื้อขายที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดปัญหาของผู้ซื้อลีลาวดีช่วงต้น
ที่ทำให้ไม้เล็กขายเมื่อไม้เล็กขายได้น้อยลง
จะทำไม้ใหญ่มีดอกขายสถานที่ในสวนก็ไม่เพียงพอที่จะต้องตั้งไม้เลี้ยงให้มีดอก
ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 5 เดือน สวนเหล่านี้จึงต้องเลิกขยายพันธุ์ลีลาวดี
หันไปปลูกเลี้ยงไม้ตัวอื่น หรือ
ผู้ที่มีสถานที่ขายก็หันไปซื้อลีลาวดีที่มีดอก
จากสวนใหญ่ขายแทนการปลูกเลี้ยงเองซึ่งจากจุดนี้ทำให้ผู้ปลูกเลี้ยงลีลาวดีลดจำนวนลงมาก
ทำให้ดูเหมือนว่าความนิยมลีลาวดีลดลง แต่ในสภาพความเป็นจริง
หาได้เป็นอย่างนั้นไม่ เพราะในปัจจุบันสวนใหญ่
ที่มีชื่อเสียงยังสามารถพูดได้เต็มปากว่าทุกสวนผลิตลีลาวดีที่ออกดอก
ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดซื้อขายลีลาวดีในปัจจุบัน
ถ้าจะถามว่า ลีลาวดี ขณะนี้อยู่ในช่วงไหน ก็ต้องตอบว่าอยู่ในช่วงที่ 4
คือ ช่วงทรงตัวเป็นช่วงที่เหมาะสม
และเอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้ซื้อและผู้ขายเป็นอย่างมาก
เพราะราคาต้นไม้ลดลง ตลาดซื้อขายขยายมากขึ้น
ต้นไม้เข้าสู่ผู้บริโภคอย่างแท้จริง แทนการซื้อขายระหว่างสวนด้วยกัน
ลีลาวดี เป็นทั้งไม้ดอกหอม ไม้ประดับตามบ้าน ไม้จัดสวน และปลูกได้ทั่วไป
เป็นไม้ที่มีคุณสมบัติหลากหลาย ยิ่งปลูกนาน
ยิ่งเพิ่มมูลค่าคุณสมบัติที่ครบถ้วน หาได้ยากในไม้ดอกไม้ประดับประเภทอื่นๆ
จากที่กล่าวมาทั้งหมด เพื่อจะมาถึงจุดสรุปว่า ตลาดซื้อ-ขาย ลีลาวดี
ยังดีอยู่..มาก
...มาก... ครับ
ต่อท้ายผู้ที่ต้องการเข้าสู่วงการปลูกเลี้ยงซื้อ ขาย ลีลาวดี
ให้ได้รับความสำเร็จควรมีคุณสมบัติ ดังนี้
1.ต้องเป็นมืออาชีพ ตั้งใจ อดทน แก้ปัญหา
2.ต้องศึกษาสายพันธุ์ให้ดี ว่าควรขยายสายพันธุ์ไหนเป็นหลัก
3.สถานที่ปลูกเลี้ยง ต้องมีบริเวณมากพอ เพื่อให้ได้จำนวน
4.เงินทุนเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายช่วงต้น
5.ต้องมีระบบน้ำที่เพียงพอเพราะลีลาวดีที่เลี้ยงในกระถาง ต้องการน้ำมาก
6.ต้องมีผู้ดูแล และรู้ถึงคุณสมบัติของลีลาวดีเป็นอย่างดี
7.ต้องคำนึงถึงอยู่ตลอดเวลาว่า ต้องเลี้ยงไม้ให้สวย ถึงจะขายได้
8.ต้องถามตัวเองว่า ลีลาวดีในสวนของตนดีอย่างไร คนถึงต้องมาซื้อ
9.ต้องทำให้สวนเป็นที่รู้จัก ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า
ด้วยความปรารถนาดี
วัลลภ งามวัฒนะ
ประธานชมรมผู้ค้าไม้ดอกไม้ประดับแห่งประเทศไทย
ประธานชมรมลีลาวดีแห่งประเทศไทย
|